NAILOKSCANS – ตลาดเกมแนว Action RPG แบบ Roguelite มีผู้ท้าชิงหน้าใหม่ที่มีความแปลกแหวกแนวสุดๆ ปรากฏตัวขึ้นแล้ว โดยเกมนี้มีชื่อว่า Stupid Never Dies พัฒนาโดย GPTRACK50 Inc. สตูดิโอแห่งใหม่ที่นำทีมโดย ฮิโรยูกิ โคบายาชิ (Hiroyuki Kobayashi) อดีตโปรดิวเซอร์มากประสบการณ์จาก Capcom ซึ่งในขณะนี้เกมได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วบน PlayStation 5 และ PC

ตัวเกมโดดเด่นด้วยสไตล์ภาพแบบป๊อปพังก์ (Pop-punk) ที่เต็มไปด้วยสีสันและลวดลายกราฟฟิตี้ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่สดใหม่สำหรับแนวเกมที่มักจะเต็มไปด้วยบรรยากาศมืดหม่น ตึงเครียด หรือธีมซอมบี้แบบเดิมๆ จุดดึงดูดสำคัญของเกมนี้อยู่ที่เนื้อเรื่องสุดแปลกประหลาดและไร้สาระ โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น "เดวี่" (Davy) ซอมบี้ระดับล่างที่ถูกมองว่าอ่อนแอและโง่เขลาที่สุดในโลกของเขา

ชะตากรรมของเดวี่พลิกผันครั้งใหญ่เมื่อเขาบุกเข้าไปในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งและพบกับ "จูเลีย" (Julia) หญิงสาวที่กลายเป็นน้ำแข็งอยู่ภายในตู้แช่ ด้วยความตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น เดวี่จึงมุ่งมั่นที่จะฝ่าฟันกองทัพสัตว์ประหลาดและซอมบี้กลายพันธุ์ เพื่อปกป้อง "หญิงสาวในฝัน" ของเขาให้ได้

❖❖ : Raising Villains the Right Way ตอนที่ 58 ภาษาไทย ทุกอย่างพร้อมแล้ว ตอนนี้ก็แค่รอสิ่งมีชีวิตนั้นปรากฏตัว

ในด้านเกมเพลย์ Stupid Never Dies โดดเด่นด้วยกลไก Roguelite ที่น่าติดตามซึ่งเรียกว่า "Style Eat" ในฐานะซอมบี้ที่อ่อนแอ เดวี่มีความสามารถพิเศษในการดูดกลืนแกนพลังงานจากเหล่ามอนสเตอร์ระดับสูงที่เขาเอาชนะได้ การกินศัตรูเหล่านี้ทำให้เขาสามารถขโมยพลังมาใช้และเปลี่ยนร่างเป็นรูปแบบการต่อสู้ที่แตกต่างกันได้ถึง 11 รูปแบบ

ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนร่างเป็นสิ่งต่างๆ ได้ เช่น มนุษย์หมาป่า (Werewolf) ที่เน้นความรวดเร็วของกรงเล็บ, ฮาร์ปี (Harpy) สำหรับการโจมตีทางอากาศ หรือโกเลม (Golem) ที่มีความทนทานสูง ความหลากหลายในการแปลงร่างนี้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ทดลองและค้นหารูปแบบการโจมตีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเล่นแต่ละรอบ นอกจากนี้ ระบบการพัฒนาตัวละครแบบ RPG ยังเป็นมิตรกับผู้เล่นเป็นอย่างมาก เพราะแม้จะเล่นพลาดหรือพ่ายแพ้ ผู้เล่นก็ยังได้รับค่าประสบการณ์ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเดวี่อย่างถาวรอีกด้วย

❖❖ : คำอธิบายเกี่ยวกับวิธีที่ Dragon Ball Super กำจัดจักรวาลที่ 2 และจักรวาลที่ 6 ที่คุณควรรู้

ข้อดี (จุดที่น่าประทับใจ):

  • เนื้อเรื่องสุดฮาและหลุดโลก: ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น "เดวี่" (Davy) ซอมบี้ที่อ่อนแอที่สุดในโลก ผู้ซึ่งตกหลุมรักศพหญิงสาว (จูเลีย) ที่ถูกแช่แข็งอยู่ในตู้แช่ภายในห้างสรรพสินค้าตั้งแต่แรกเห็น ตัวเอกที่มีนิสัยซื่อบื้อแต่กลับมีความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละนี้ ช่วยสร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะตลอดทั้งเกม
  • ระบบการพัฒนาตัวละครแบบ "กินเพื่อเปลี่ยนสไตล์" (Style Eat): หนึ่งในจุดเด่นของเกมคือความสามารถของเดวี่ในการกินแก่นพลังของเหล่ามอนสเตอร์ระดับสูง เพื่อขโมยพลังของพวกมันมาใช้ โดยสามารถเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ได้ถึง 11 สไตล์ (เช่น มนุษย์หมาป่า, ฮาร์ปี, โกเลม ไปจนถึงแวมไพร์)
  • ระบบรางวัลสไตล์ Roguelite ที่เป็นมิตรกับผู้เล่น: เกมนี้ออกแบบมาให้ทุกการเล่นที่ล้มเหลวไม่สูญเปล่า ผู้เล่นยังคงได้รับค่าประสบการณ์และการอัปเกรดถาวร ซึ่งจะช่วยให้การเล่นในรอบถัดไปง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  • งานภาพและสไตล์แบบ Pop-Punk: ดนตรีประกอบที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ผสานเข้ากับงานภาพที่มีสีสันฉูดฉาดและได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะแนวกราฟฟิตี้ ช่วยถ่ายทอดบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึงเกมแนวแอ็กชันในยุคคลาสสิก

ข้อเสีย (ประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์):

  • การวิจารณ์เนื้อเรื่องอย่างรุนแรง: นักวิจารณ์ชั้นนำหลายสำนัก เช่น Polygon ได้ให้บทวิจารณ์ในเชิงลบอย่างมากต่อการเขียนบทของเกม โดยเฉพาะประเด็นที่ตัวละคร Davy หมกมุ่นอยู่กับหญิงสาวผู้ล่วงลับที่ถูกแช่แข็งไว้ในตู้เย็น ซึ่งถูกมองว่ามีความแปลกประหลาด เป็นปัญหา และไม่สอดคล้องกับบรรทัดฐานการเล่าเรื่องในยุคปัจจุบัน

❖❖ : สปอยล์ A Painter Who Draws Dungeons ตอนที่ 30 ภาษาไทย ปรมาจารย์หวนคืน!

  • ระบบการต่อสู้ที่แข็งทื่อ: การต่อสู้กลางอากาศ โดยเฉพาะในจังหวะที่กระโดดขึ้นไปนั้น ให้ความรู้สึกหนักและเชื่องช้า ทำให้ผู้เล่นรับมือกับศัตรูที่บินอยู่ได้ยาก อีกทั้งการขาดทางเลือกในการหลบหลีกยังบีบให้ผู้เล่นต้องจำยอมรับความเสียหายจากการโจมตีของศัตรูโดยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
  • โครงสร้างเกมแนว Roguelike ที่ซ้ำซากและน่าเบื่อ: การออกแบบฉากภายในเกมถูกมองว่ามีความซ้ำซากจำเจ บางช่วงของเกมให้ความรู้สึกว่าถูกยืดเวลาออกไปโดยไม่จำเป็น เช่น ช่วงท้ายเกมที่มีการเผชิญหน้ากับบอสต่อเนื่องกันหลายตัว (Boss Rush) ซึ่งส่งผลเสียต่อจังหวะการเล่นและความสนุกโดยรวมของเกม

โดยรวมแล้ว Stupid Never Dies ยังคงเป็นเกมแนวแอ็กชันที่ทำออกมาได้ดี หากคุณสามารถมองข้ามเนื้อเรื่องที่แปลกประหลาดของมันไปได้ ดนตรีประกอบที่เร้าใจรวมถึงกลไกการแปลงร่างในสไตล์ "11" มอบประสบการณ์การเล่นที่สนุกจนวางไม่ลง เกมนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแฟนเกมแนว Roguelite ที่กำลังมองหาความท้าทายในรูปแบบ Hack-and-Slash แบบสบายๆ โดยมาพร้อมกับงานภาพที่ชวนให้นึกถึงเกมยุคคลาสสิกที่มีความแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร