NAILOKSCANS – ในจักรวาลคู่ขนานของ Dragon Ball Super การประลองพลัง (Tournament of Power) เปรียบเสมือนเวทีที่รวบรวมเทคนิคการต่อสู้อันหลากหลายและเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ ในขณะที่จักรวาลส่วนใหญ่เน้นไปที่พละกำลังทางกายภาพหรือการแปลงร่างด้วยพลังเทพ จักรวาลที่ 3 กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นดินแดนที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์และการดัดแปลงร่างกายด้วยเครื่องจักร

ที่นี่จึงได้นำเสนอหนึ่งในรูปแบบการรวมร่างที่น่าเกรงขามที่สุดในประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์ ​​นั่นคือ "อนิลาซา" (Anilaza) ยักษ์ใหญ่ที่ผสมผสานระหว่างเครื่องจักรและสิ่งมีชีวิตตนนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ธรรมดา แต่เป็นผลลัพธ์สูงสุดของการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับกลยุทธ์ขั้นสุดท้ายที่ใช้ในยามคับขัน

โดยปกติแล้ว การรวมร่างในจักรวาล Dragon Ball มักจะเป็นการรวมตัวกันของนักสู้สองคน ผ่านวิธีการอย่างการร่ายรำฟิวชั่น (Fusion Dance) หรือการใช้ต่างหูโปทาร่า (Potara) ทว่าจักรวาลที่ 3 ได้ฉีกกฎเกณฑ์เหล่านั้นด้วยการรวมร่างของนักสู้ถึงสี่คน โดยกระบวนการสร้างอนิลาซานั้นแบ่งออกเป็นสองขั้นตอนเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ ขั้นแรกคือการรวมตัวกันของนักสู้หุ่นยนต์หลักสามตัว ได้แก่ คอยสึไค (Koitsukai), โบราเรตา (Borareta) และปันเซีย (Pancéa)

❖❖ : หาเวลามาได้แม้ตารางงานจะแน่นมาก! Manhwa Raising Villains the Right Way ตอนที่ 59 ภาษาไทย

จนกลายเป็นหุ่นยนต์ขนาดยักษ์ที่เรียกว่า "คอยเซอาเรตา" (Koicéareta) และเมื่อร่างนี้ยังไม่เพียงพอที่จะฝ่าการป้องกันอันแข็งแกร่งของทีมจักรวาลที่ 7 ได้ ดร. ปาปาโรนี (Dr. Paparoni) ผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มนี้จึงตัดสินใจดำเนินแผนการขั้นสุดท้าย ด้วยการรวมร่างร่างกายที่เป็นสิ่งมีชีวิตของตนเองเข้ากับแกนกลางที่เป็นเครื่องจักรของคอยเซอาเรตา ก่อให้เกิดตัวตนใหม่ที่ทรงพลังขึ้นมาภายใต้ชื่อ "อนิลาซา"

การกำเนิดของอนิลาซา (กระบวนการรวมร่าง)

การรวมร่างอันเป็นเอกลักษณ์นี้ไม่ได้อาศัยต่างหูโปทาร่าหรือท่ารวมร่าง (Fusion Dance) แบบมาตรฐาน แต่เป็นการผสานรวมเทคโนโลยีชีวเคมีเข้ากับเทคโนโลยีเครื่องจักรกล โดยแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนหลัก ดังนี้:

  • ขั้นตอนที่หนึ่ง (คอยเซเรตา): หุ่นยนต์สำคัญ 3 ตัวจากจักรวาลที่ 3 ได้แก่ โบราเรตา, คอยสึไค และปันเซีย ทำการรวมร่างกันกลายเป็นหุ่นยนต์ยักษ์ที่เรียกว่า "คอยเซเรตา" (หรือ โคเชียราเตอร์)

❖❖ : ทฤษฎีที่แข็งแกร่งที่สุด Dragon Ball Super: Beerus การปรากฏตัวของเบาะแสเกี่ยวกับโกคูในโหมดอัลตร้าอินสติงค์ที่ผู้ชมมักมองข้ามไป

  • ขั้นตอนที่สอง (อนิลาซา): เมื่อคอยเซเรตาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในการต่อสู้กับโกฮัง ดร.ปาปาโรนี ผู้นำทีมและนักวิทยาศาสตร์ประจำจักรวาลที่ 3 จึงตัดสินใจเริ่ม "แผนการ X" โดยยอมเสี่ยงชีวิตตนเองด้วยการหลอมรวมร่างกายที่เป็นสิ่งมีชีวิตเข้ากับคอยเซเรตาโดยตรง การรวมร่างของทั้ง 4 ส่วนนี้ก่อให้เกิดเป็นอสุรกายร่างมนุษย์ขนาดมหึมาที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างสิ่งมีชีวิตและเครื่องจักรกล ซึ่งมีชื่อว่า "อนิลาซา"

จุดแข็งและความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์

อนิลาซา (Anilaza) ถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดในการประลองครั้งนี้ โดยมีคุณสมบัติโดดเด่นดังต่อไปนี้:

  • ขนาดและพลังมหาศาล: ร่างกายที่มีขนาดใหญ่โตมอบพลังทำลายล้างอันมหาศาลให้กับมัน อนิลาซาสามารถรับมือและเอาชนะการโจมตีประสานจากเหล่านักสู้ระดับแนวหน้าของจักรวาลที่ 7 ได้พร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นโกคูในร่างซูเปอร์ไซย่าบลู, เบจิต้า, อัลติเมทโกฮัง, หมายเลข 17 และฟรีเซอร์ในร่างโกลเด้นฟรีเซอร์ที่แท้จริง
  • ระบบเซนเซอร์อัลตราโซนิก (โซนาร์): อนิลาซาไม่มีรูม่านตาแบบสิ่งมีชีวิตทั่วไป แต่ปลายหูของมันทำหน้าที่เป็นระบบโซนาร์ขั้นสูง ช่วยให้สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวและตำแหน่งของคู่ต่อสู้ทุกคนภายในสังเวียนได้ในทันที ทำให้การลอบโจมตีจากทิศทางใดก็ตามไม่สามารถใช้ผลได้
  • หมัดมิติ (Warp Punch): มันสามารถโจมตีทะลุผ่านมิติอวกาศ โดยสร้างประตูมิติขนาดเล็กที่ช่วยให้มันสามารถปล่อยหมัดจากระยะไกลในรูปแบบที่คาดไม่ถึง
  • ความสามารถในการบิน: ต่างจากผู้เข้าร่วมการประลองส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถบินได้เนื่องจากกฎของสังเวียน อนิลาซามีปีกที่ใช้งานได้จริง ทำให้มันสามารถลอยตัวอยู่กลางอากาศและหลีกเลี่ยงการร่วงหล่นออกนอกขอบสังเวียนได้

❖❖ : คำอธิบาย Nice to See You 25 เป็นภาษาไทย ฉันรู้แค่ว่าความไม่พอใจกำลังจะมา

แม้จะดูราวกับเป็นเทพแห่งการทำลายล้างที่ไร้เทียมทาน แต่สิ่งมีชีวิตจากการรวมร่างเชิงทดลองนี้กลับมีจุดอ่อนร้ายแรงเพียงจุดเดียว นั่นคืออัญมณีสีแดงขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่กลางหน้าผาก ซึ่งทำหน้าที่เป็นแกนกลางสำหรับแหล่งพลังงานของมัน หมายเลข 17 สามารถวิเคราะห์โครงสร้างกลไกอันซับซ้อนนี้ได้สำเร็จ เขาจึงประสานการโจมตีด้วยพลังร่วมกับเหล่าพันธมิตรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรู ก่อนจะฝ่าเกราะพลังงานของอนิลาซาเข้าไปทำลายอัญมณีบนหน้าผากนั้นได้ในที่สุด

การทำลายแกนกลางดังกล่าวส่งผลให้การรวมร่างสิ้นสุดลงทันที นำไปสู่การถูกลบหายไปของจักรวาลที่ 3 และถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของจักรวาลที่ 7 อนิลาซาเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยความสิ้นหวังนั้น สามารถสร้างภัยคุกคามที่มีอานุภาพทัดเทียมกับพลังของเหล่าเทพเจ้าได้